วันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ส่งงานวิชา GDT 407 ครั้งที่ 1

วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553



ความหมายของเทคโนโลยี

เทคโนโลยี หมายถึงเป็นการนำเอาวิธีการ แนวคิด ใหม่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้อย่างมีระบบในการพัฒนาและปฏิบัติงาน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จากการขยายตัวทางวิทยาการทำให้เทคโนโลยีในการประดิษฐ์สิ่งของต่างๆให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติแก่มวลชน
องค์ประกอบของเทคโนโลยี
มี3ส่วนคือ ข้อมูล กระบวนการ ผลลัพธ์
ยุคของคอมพิวเตอร์

1.กำเนิดของคอมพิวเตอร์
                    ต้นกำเนิดของคอมพิวเตอร์
            ชาวจีนในประมาณ 2600 ปี ก่อนคริสตกาล ได้เป็นคนประดิษฐ์เครื่องมือเพื่อใช้ในการคำนวณ ขึ้นมา เรียกว่า ลูกคิด (Abacus) ซึ่งถือได้ว่าเป็นต้นกำเนิดของเครื่องคำนวณและคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2185 นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ชื่อ Blaise Pascal ได้ออกแบบเครื่องช่วยในการคำนวณโดยใช้หลักการหมุนของฟันเฟืองพ.ศ. 2337 กอดฟริด ฟอนไลบ์นิช (Gottfried von Leibniz)ชาวเยอรมันได้ประดิษฐ์เครื่องคำนวณที่มีขีดความสามารถสูง สามารถคูณและหารได้ บุคคลผู้หนึ่งที่มีบทบาทสำคัญต่อการผลิตเครื่องจักรคำนวณคือ ชาร์ลส์ แบบเบจ (Charles Babbage) ชาวอังกฤษ ในปีพ.ศ. 2343 เขาประสบความสำเร็จสร้างเครื่องคำนวณ ที่เรียกว่า Difference engine ต่อมาในปีพ.ศ.2439 ฮอลเลอริชได้จดทะเบียนก่อตั้งบริษัทเพื่อผลิตจำหน่ายเครื่องจักรช่วยในการคำนวณ ชื่อ บริษัท คอมพิวติง เทบบูลาติงเรดคอสดิง หลังจากนั้นในปีพ.ศ.2467 ได้เปลี่ยนมาเป็นชื่อบริษัทไอบีเอ็ม (International Business Machine: IBM)
แนวคิดในการประดิษฐ์เครื่องวิเคราะห์ของแบบเบจนั้นก้าวหน้ามากโดยเฉพาะแนวคิดทางด้านการใช้โปรแกรมควบคุมการทำงานโดยอัตโนมัติ แบบเบจได้ริเริ่มแนวคิดเกี่ยวกับการใช้คำสั่งเลือกแบบมีเงื่อนไข เครื่องวิเคราะห์ที่แบบเบจวิเคราะห์ขึ้นอาจกล่าว ได้ว่าเป็นแนวคิดเดียวกับการ ทำงานของคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน แต่แบบเบจก็ไม่สามารถสร้างเครื่องวิเคราะห์นี้ให้เป็นจริงได้เนื่องจากเป็นความคิดที่ล้ำยุคเกินไป จึงทำให้ ไม่มีช่างฝีมือคนใดสามารถผลิตฟันเฟืองต่างๆ ตามที่เขาต้องการได้ แบบเบจถึงแก่กรรมก่อนที่จะได้ทราบว่าแนวคิดของเขานั้น สามารถ เป็นจริงได้ในเชิงไฟฟ้าไม่ใช่เชิงกล แบบเบจจึงได้รับสมญานามว่า เป็น บิดาแห่งคอมพิวเตอร์


http://img515.imageshack.us/img515/1061/zxcs6.jpg

2. พัฒนาการของคอมพิวเตอร์           
 ยุคแรก อยู่ระหว่างปี ค.ศ. 1945 ถึง ค.ศ. 1958 (พ.ศ.2488ถึง พ.ศ.2501) เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบหลอดสุญญากาศ ซึ่งใช้กำลังไฟฟ้าสูง มีปัญหาเรื่องความร้อนของหลอดสุญญากาศ จึงทำให้ไส้ของหลอดขาดบ่อย การสั่งงานใช้ภาษาเครื่องซึ่งเป็นรหัสตัวเลขที่ยุ่งยากซับซ้อน เครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคนี้มีขนาดใหญ่โต เช่น มาร์ค วัน (MARK I) อีนิแอค (ENIAC) ,ยูนิแวค, (UNIVAC)       <!--pagebreak-->

http://img515.imageshack.us/img515/9439/zx2us1.jpg
คอมพิวเตอร์ยุคที่สอง อยู่ระหว่างปี ค.ศ. 1959 ถึง ค.ศ. 1963 (พ.ศ. 2502 ถึง พ.ศ. 2506) หรือที่เรียกว่า คอมพิวเตอร์ยุคทรานซิสเตอร์ เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบทรานซิสเตอร์ โดยมี แกนเฟอร์ไรท์เป็นหน่วยความจำ ใช้อุปกรณ์เก็บข้อมูลสำรองในรูปของสื่อบันทึกแม่เหล็ก โดยสามารถเขียนโปรแกรมด้วยภาษาระดับสูงซึ่งเป็นภาษาเขียนเป็นประโยคที่คนสามารถเข้าใจได้ เช่น ภาษาฟอร์แทนภาษาโคบอล เป็นต้น

http://img515.imageshack.us/img515/1950/zx3sb1.jpg
คอมพิวเตอร์ยุคที่สาม อยู่ระหว่างปี ค.ศ. 1964 ถึง ค.ศ. 1969 (พ.ศ. 2507 ถึง พ.ศ. 2512) เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้วงจรรวม (Integrated Circuit: IC) ประมาณปี พ.ศ. 2508 ได้มีการพัฒนาสร้างทรานซิสเตอร์จำนวนมากลงบนแผ่นซิลิกอน ขนาดเล็ก และเกิดวงจรรวมบนแผ่นซิลิกอนที่เรียกว่า ไอซี
คอมพิวเตอร์ยุคที่สี่ อยู่ระหว่างปี พ.ศ. 2513 จนถึงปัจจุบัน เป็นยุคของคอมพิวเตอร์ที่ใช้วงจรรวมความจุสูงมาก เช่น ไมโครเซสเซอร์ที่บรรจุทรานซิสเตอร์นับหมื่นนับแสนตัว ทำให้ขนาดเครื่องคอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลง สามารถตั้งบนโต๊ะในสำนักงานหรือพกพาเหมือนกระเป๋าหิ้วไปในที่ต่างๆได้ ขณะเดียวกันระบบซอฟแวร์ก็ได้พัฒนาขีดความสามรถสูงขึ้นมาก มีโปรแกรมสำเร็จให้เลือกใช้กันมาก ทำให้เกิดความสะดวกในการใช้งานอย่างกว้างขวาง
การใช้ไอซีเป็นส่วนประกอบทำให้คอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลงเรียกว่า มินิคอมพิวเตอร์

http://img515.imageshack.us/img515/4745/zx4we2.jpg
(Very Large Scale Integration: VLSI) ทำให้ขนาดเครื่องมีขนาดเล็ก ระบบซอฟต์แวร์ก็ได้พัฒนาขีดความสามารถสูงขึ้นมาก

http://img515.imageshack.us/img515/6258/zx5ao5.jpg
คอมพิวเตอร์ยุคที่ห้า เป็นคอมพิวเตอร์ที่มนุษย์พยายามนำมาเพื่อช่วยในการตัดสินใจและแก้ปัญหาให้ดียิ่งขึ้น โดยจะมีการเก็บความรอบรู้ต่างๆเข้าไว้ในเครื่อง สามารถเรียกค้นและดึงความรู้ที่สะสมไว้มาใช้งานให้เป็นประโยชน์ คอมพิวเตอร์ยุคนี้เป็นผลวิชาการด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI)
แหล่งอ้างอิง  http://www.online-station.net/news/views.php?id=9543
 <!--pagebreak-->



3.องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ มีอะไรบ้าง

องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์
ระบบคอมพิวเตอร์
           ระบบคอมพิวเตอร์ หมายถึง กลุ่มของสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ร่วมกัน ทำงานประสานกันเพื่อให้เกิดผลตามวัตถุประสงค์เดียวกัน ดังนั้นคอมพิวเตอร์ต้องประกอบไปด้วยองค์ประกอบดังนี้คือ

 
ความหมายของประสิทธิภาพประสิทธิผล


ประสิทธิภาพ คือ ประสิทธิถาพของกระบวนการเป็นการวัดสมรรถนะในการใช้ทรัพยากรของกระบวนการว่าในการทำงานให้เสร็จชิ้นหนี่งต้องใช้ทรัพยากรการผลิตไปเท่าใดส่วนในทางการศึกษาก็คือเมื่อเรียนแล้วสามารถตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนได้
ประสิทธิผล คือ มีการกำหนดวตถุประสงค์ไว้หรือเป้าหมายว่าเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลก็คือผลสำเร็จของงานตามที่กำหนดในความคาดหวัง วัตถุประสงค์ เป้าหมายนั่นเอง และเห็นถาพชัดเจน
เช่นผลการเรียน

ความแตกต่างของเทคโนโลยีการศึกษาและนวัตกรรมทางการศึกษา

เทคโนโลยีการศึกษา คือ เป็นการนำวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนเน้นที่วัตถุประสงค์การศึกษาที่สามารถวัดได้อย่างถูกต้องมีการยึดผู้เรียนเป็นสำคัญเน้นเชิงปฏิบัติ
นวัตกรรมทางการศึกษาคือแนวคิดหรือสิ่งใหม่ๆที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากขึ้นเช่น การเรียนการสอนผ่านดาวเทียม การเรียนการสอนทางไกล
ประเภทของนวัตกรรม
สื่อ แนวคิด
ในการสอนต้องสอนทั้ง 3 อย่างคือ จิตพิสัย ทักษะพิสัย พุทธพิสัย

การสมัครสมาชิก gmail เพื่อสร้างบล็อก

วิธีการสร้างบล็อกและส่งงานให้อาจารย์


20 ความคิดเห็น:

  1. ขอบคุณที่แสดงบทความดีๆให้ผมฟังนะครับ

    ตอบลบ
  2. เขียนตามที่อาจารย์สอนค่ะ

    ตอบลบ
  3. แหม ถ่อมตัวจังเลยนะครับ

    ตอบลบ
  4. เม้นแล้วเม้นกลับ ขอให้ได้เกรดA วิชานี้จร้า....

    ตอบลบ
  5. สวยค่ะ อย่าลืม You Tube นะตัวเอง ทำได้บอกด้วย

    ตอบลบ
  6. ลงตัวมาก ๆ ...
    เม้นให้หนูด้วยนะ มัสค่ะ เมลกลางนะค่ะ

    ตอบลบ
  7. น้องเกษคะ บล็อกสวยแล้วค่ะ แต่สู่เจ้าของบล็อกไม่ได้นะคะ (คนสวยกว่า)

    ตอบลบ
  8. บล็อกสวยจัง มิน่าละ จะยืน จะนั่ง จะนอนเรียนท่าไหนก็ได้แต่A

    ตอบลบ
  9. สวยค่ะ ทั้งคน ทั้งบล็อก

    ตอบลบ
  10. คุณเกษแก้ว บทความนี้ดีแล้วค่ะ แล้วบทความที่ 2 หายไปซ่อนไว้ไหนหรือค่ะ เร่งมือหน่อยน่ะ

    ตอบลบ
  11. สวยค่ะ บล็อกสวย คนสวย เนื้อหาก็ดี ดี ดี้ ดี ค่ะ

    ตอบลบ
  12. เขาเรียกว่า ครูดีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    ตอบลบ
  13. เนื้อหาของข้อความมีสาระมากเลย

    ตอบลบ
  14. ขอบคุณทุกความคิดเห็นนะ...แล้วจะแวะชื่นชมผลงานเพื่อนทุกคนค่ะ

    ตอบลบ